VoIP เทคโนโลยีน่าใช้

ข้อมูลล่าสุด (กันยายน พ.ศ. 2552) จากเว็บไซต์ www.internetworldstats.com  ประมาณการผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งโลกอยู่ที่  1,668,870,408 คน  คิดเป็นสัดส่วน  24.7 %ของประชากรทั้งโลก  และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่  362.3 % (ในช่วงระหว่างปี 2543-2552)  คงจะยืนยันว่าการใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตกำลังเติบโตมากแค่ไหนในปัจจุบัน เพราะถ้าคนที่อ่านคอลัมน์นี้ช่างสังเกตสักหน่อยก็คงเห็นถึงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับข้อมูลข้างต้น  เมื่อมีผู้ใช้งานมาก  ก็ทำให้มีการนำเสนอบริการต่างๆ สู่ผู้ใช้งาน ทั้งในแง่ของการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต และบริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล หรือ ไอพี (IP: Internet Protocol)  ที่เป็นรูปเป็นร่างหน่อย ก็เช่น บริการผ่านอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล ที่เรียกว่า Voice over IP  ที่มักจะเขียนย่อๆ ว่า “VoIP”  ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  เนื่องจากใช้งานง่าย และต้นทุนค่าบริการต่ำ หรือไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมักชูบริการเหล่านี้เป็นตัวเสริม  รวมทั้งมีอุปกรณ์ไอทีที่รองรับการสื่อสารผ่านเครือข่ายไอพีมากขึ้น

       ไปติดตามความพยายามในการวิจัยและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเพื่อนำเอาความสามารถของ VoIP มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานจริง

Voice over IP คืออะไร

        VoIP (อ่านว่า  วอยส์โอเวอร์ไอพี) ย่อมาจาก Voice over Internet Protocol เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล  โดยที่สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็คเก็ต (packet) วิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการสื่อสารข้อมูลทั่วไป แทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิม เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่บนถนน  แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด  ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจจะเคยได้ยินในชื่ออื่นๆ อีก เช่น IP Telephony หรือ Internet telephonyหรือ Digital Phone เป็นต้น   สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเทคโนโลยี VoIP คือสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่เดิม  ทำให้ต้นทุนในการให้บริการต่ำลง ทำให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก   ในขณะที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์เอง  จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในการใช้งานไม่มากนัก  ขึ้นอยู่กับรูปแบบและวิธีการที่จะประยุกต์นำไปใช้ของแต่ละหน่วยงานนั่นเอง

 

 

ประโยชน์ที่ได้จาก Voice over IP

    อาจารย์กิตติพงศ์  วะระทรัพย์  อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ในฐานะผู้ดูแลการประยุกต์เอา VoIP มาใช้แทนระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิมของคณะได้ช่วยสรุปประโยชน์ที่จะได้จาก VoIP ไว้ดังนี้

    ทุกที่ทุกเวลา (Ubiquitous)  คือ สามารถใช้งานได้ทุกที่ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ ไม่ว่าจะแบบมีสาย หรือไร้สาย

    ประหยัดค่าใช้จ่าย (Cost effective) สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ทางไกลได้ เนื่องจากเป็นการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว

    การหลอมรวมข้อมูลและเสียงเข้าด้วยกัน (Voice and data integrated) สามารถบูรณาการระบบโทรศัพท์เข้ากับระบบข้อมูล ให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    รวมการสื่อสารเป็นหนึ่ง (Unify communication) สามารถเชื่อมโยงการสื่อสารทุกรูปแบบเข้าด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์พื้นฐาน ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุสื่อสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และ Instant Messenger

    บริการใหม่ (A novel services)  สามารถให้บริการใหม่ๆ ที่ระบบโทรศัพท์เดิมทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เช่น การประชุมทางโทรศัพท์  แจ้งเตือนผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีผู้ฝากข้อความ  และโทรศัพท์ที่เห็นหน้าคู่สนทนา  เป็นต้น

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ.

        จากประโยชน์ต่างๆ ที่ต้องถือว่ามีความน่าสนใจ และคุ้มค่าในการนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์จริงๆ และเนื่องจากเทคโนโลยีส่วนมากยังเป็นของต่างประเทศ เช่น ตู้สาขาโทรศัพท์ที่รองรับระบบไอพี หัวเครื่องโทรศัพท์ไอพี รวมทั้งแอพลิเคชันด้านไอพีโฟน เช่น Skype  หรือซอฟต์แวร์จากค่ายต่างๆ ทำให้ประเทศไทยต้องกลายเป็นผู้ซื้อค้าไอทีเหล่านี้มานาน  และถึงแม้ว่าการที่ผู้ประกอบการไทยบางราย พยายามวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายไอพี  แต่การวิจัยและพัฒนาต่างๆ เหล่านั้น  ต้องยอมรับว่าอยู่บนพื้นฐานทางการค้าและเชิงพาณิชย์    ในขณะที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   พยายามทำตามพันธกิจข้อหนึ่งของคณะที่ว่า “สรรหาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่สามารถใช้สร้างความมั่งคั่งทางเทคโนโลยีสารสนเทศในสังคมไทย”   จึงได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือ TRIDI  เพื่อวิจัยและพัฒนานำเอาเทคโนโลยี VoIP มาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ   ส่วนหนึ่งก็คือการพัฒนาแอพลิเคชันของ VoIP  ที่นำเอาซอฟต์แวร์ Open source  ที่ชื่อว่า  Asterisk   มาประยุกต์ให้เข้ากับการทำงาน  โดยที่รูปแบบการประยุกต์ใช้งานได้แสดงอยู่ตามแผนภาพด้านล่างนี้ 

หลังจากมีการทดสอบระบบอยู่ช่วงหนึ่ง คณะเริ่มติดตั้งระบบเข้ากับเครือข่ายจริง เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีโอกาสใช้งานตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2551ที่ผ่านมา และเร็วๆ นี้ ก็จะเริ่มเปิดให้บริการกับนักศึกษาของคณะ  ซึ่งเป็นการใช้งานควบคู่กับระบบบริการโทรศัพท์เดิม  โดยในอนาคตจะเริ่มให้บริการทดแทนระบบเดิมต่อไป

    ทิศทางของเทคโนโลยี VoIP น่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น  เนื่องจากคุณภาพที่เดิมเคยเป็นข้อจำกัด แต่ทุกวันนี้ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  และค่าใช้จ่ายในกระบวนการก็ถูกลง   จนผู้เชี่ยวชาญบางท่านมองว่าในที่สุดอาจจะกลายเป็นบริการฟรี เช่นเดียวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ เช่น การสืบค้นเว็บไซต์ การใช้อีเมล เพราะผู้ใช้บริการเพียงแค่จ่ายค่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น  จึงต้องถือว่า VoIP เป็นเทคโนโลยีที่น่าใช้ และสามารถนำมาสร้างประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า.

สุรพงษ์  เกียรติพงสา
surapong@sit.kmutt.ac.th
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ.

 

 

 

 

 

 

i-SERVICES

 

CONTACT US

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140
โทรศัพท์ 02-470- 9831

» More